กระจก Low-E: Hard-Coated vs Soft-Coated ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนสำหรับไทย?
ความแตกต่างของกระบวนการผลิต
| คุณสมบัติ | Hard-Coated Low-E | Soft-Coated Low-E |
|---|---|---|
| กระบวนการผลิต | Pyrolytic / Online Coating — เคลือบขณะกระจกยังหลอมเหลว ชั้นโลหะฝังในเนื้อกระจก | Magnetron Sputtering / Offline Coating — เคลือบในห้องสุญญากาศหลังกระจกเย็นแล้ว |
| ชั้นโลหะ | 1–2 ชั้น (โลหะออกไซด์ SnO₂) | 5–13 ชั้น (เงิน Ag บริสุทธิ์ 1–3 ชั้น + ชั้นกันสนิม) |
| Emissivity (ε) | 0.10–0.20 (ลดรังสีความร้อนได้ปานกลาง) | 0.02–0.05 (ลดรังสีความร้อนได้สูงมาก) |
| ความทนทานผิวเคลือบ | สูง — ทนขีดข่วน ล้างทำความสะอาดได้ | ต่ำ — ผิวเคลือบบอบบาง ต้องปกป้องด้านใน IGU |
| การใช้งาน | ใช้เป็นแผ่นเดี่ยวได้ หรือทำ IGU ก็ได้ | ต้องใช้ใน IGU เท่านั้น (ด้านเคลือบต้องอยู่ในช่องว่างก๊าซ) |
| นำไปแปรรูปต่อ | อบเทมเปอร์ / ลามิเนต ได้ | ต้องทำ IGU ก่อนแปรรูป |
เปรียบเทียบ Spec จริงจาก SMG Knowledge Base
| ค่า Spec | กระจกใส Float (FLT-6-CLR) |
Hard-Coat Low-E (แผ่นเดี่ยว) |
Soft-Coat Low-E IGU (IGU-LOWE-6A10+6-TP) |
|---|---|---|---|
| U-Value (W/m²K) | 5.25 | ~3.5–4.0 | 1.91 |
| SHGC | 0.95 | ~0.55–0.65 | 0.42 |
| VLT (%) | 89% | ~70–80% | 69% |
| Emissivity (ε) | 0.84–0.89 | 0.10–0.20 | 0.02–0.05 |
| ผ่าน Thai BEC | ❌ U=5.25 (เกิน 3.5) | ⚠️ ขึ้นอยู่กับรุ่น | ✅ U=1.91, SHGC=0.42 |
Hard-Coat หรือ Soft-Coat: เลือกอะไรดีสำหรับไทย?
ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยที่มีแดดจัดตลอดปี Soft-Coat Low-E ใน IGU ให้ประสิทธิภาพดีกว่าอย่างชัดเจน เพราะ Emissivity ต่ำกว่า ลด SHGC ได้มากกว่า และ U-Value ต่ำกว่าถึง 1.91 W/m²K ซึ่งผ่านมาตรฐาน Thai BEC และ ASHRAE 90.1
Hard-Coat Low-E เหมาะกว่าสำหรับงานที่ต้องการ กระจกแผ่นเดี่ยว ที่ทนทาน เช่น งานบานประตู-หน้าต่างทั่วไปที่ไม่ต้องการ Performance สูงสุด หรืองานที่มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและความหนา
ตำแหน่งการติดตั้งผิวเคลือบ: จุดที่มักทำผิด
สำหรับ Soft-Coat Low-E ใน IGU ต้องวางด้านเคลือบ ในตำแหน่ง Surface 3 (ด้านในของกระจกชั้นนอก หันเข้าหาช่องว่างก๊าซ) เสมอ เพื่อป้องกันผิวเคลือบจากสภาพอากาศภายนอก และให้ประสิทธิภาพสูงสุด การติดตั้งผิดตำแหน่งจะทำให้ผิวเคลือบเสื่อมเร็วและลด Performance ลงอย่างมีนัยสำคัญ
ต้องการกระจก Low-E ที่เหมาะกับโครงการและสภาพอากาศไทย? ติดต่อ SMG Glass ได้ที่ LINE: @smg58 หรือโทร 086-317-4966 ให้คำปรึกษาฟรีโดยผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Hard-Coat กับ Soft-Coat Low-E อันไหนเหมาะกับเมืองร้อนอย่างไทยมากกว่า?
Soft-Coat Low-E เหมาะกว่าสำหรับไทยครับ เพราะมี Emissivity ต่ำกว่า (0.02–0.05) สามารถลด SHGC และ U-Value ได้มากกว่า Hard-Coat อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อใช้ใน IGU จะได้ U-Value = 1.91 W/m²K ซึ่งผ่านมาตรฐาน Thai BEC และ ASHRAE 90.1
Soft-Coat Low-E ใช้เป็นกระจกแผ่นเดี่ยวได้ไหม?
ไม่ได้ครับ ผิวเคลือบของ Soft-Coat บอบบางมากและทำจากโลหะเงินหลายชั้น หากโดนอากาศภายนอกโดยตรงจะเกิดออกซิเดชั่นและเป็นสนิมได้ ต้องใช้เป็น IGU เท่านั้นโดยวางผิวเคลือบในช่องว่างก๊าซ
Hard-Coat Low-E กันความร้อนได้เท่าไหร่เทียบกับกระจกใสธรรมดา?
Hard-Coat Low-E แผ่นเดี่ยวลดความร้อนได้ประมาณ 15% เมื่อเทียบกับกระจกใส Float ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำสำหรับสภาพอากาศไทย ในขณะที่ Soft-Coat Low-E ใน IGU สามารถลดความร้อนได้ 55–65% ซึ่งดีกว่าอย่างมาก
กระจก Low-E ของ SMG ใช้ผิวเคลือบแบบไหน?
SMG Glass จำหน่ายกระจก Low-E ทั้งแบบ Hard-Coat (แผ่นเดี่ยวหรือ IGU) และ Soft-Coat (IGU เท่านั้น) โดย Soft-Coat IGU รุ่น IGU-LOWE-6A10+6-TP ให้ U-Value = 1.91 W/m²K และ SHGC = 0.42 ซึ่งผ่านมาตรฐาน Thai BEC ทุกข้อ
ราคา Hard-Coat กับ Soft-Coat Low-E ต่างกันมากไหม?
Soft-Coat Low-E IGU มีราคาสูงกว่า Hard-Coat แผ่นเดี่ยวเนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าและต้องทำเป็น IGU อย่างไรก็ตามเมื่อคำนึงถึงค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการลด U-Value และ SHGC ในระยะยาว Soft-Coat IGU มักให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า